ผีมีอยู่จริงบนโลกหรือไม่

ผี ในความคิดของแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความคิด สิ่งที่เคยพบ รวมไปจนถึงจินตนาการของแต่ละคนด้วย บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีหลายคนที่ถกเถียงกันอยู่ว่าผีนั้นมีจริงหรือไม่ แม้แต่วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ โดยธรรมชาติเมื่อคนเราอยู่ในสถานการณ์ หรือสถานที่ที่มีความมืด สมองของเราก็จะเริ่มจินตนาการไปตามความคิดของแต่ละคน สมองจึงหลอกเราให้คิดนู่นนี่ไปเอง ซึ่งบางครั้งสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ได้มีอยู่จริงก็เป็นได้ ดังนั้นสิ่งแวดล้อมนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ที่มันจะทำให้เราสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นได้
แต่อย่างไรก็ตามในทางวิทยาศาสตร์ได้ให้สมมุติฐานเกี่ยวกับเรื่องผี เอาไว้อยู่ 2 ประเด็นว่า การที่เราเห็นผีอาจจะเกิดจากอาการของระบบประสาทและระบบรับความรู้สึกนั้นทำงานผิดเพี้ยนไป สาเหตุมาจากไฟฟ้าเคมีทางสมองเกิดการรบกวนนั่นเอง จนทำให้สมองที่ถูกกระตุ้นนั้นเกิดภาพหลอนออกมา หรือสามารถจะเรียกได้ง่ายๆ ว่า ประสาทหลอน ประเด็นที่สองคือ การเห็นผี แต่ไม่ได้เห็นเพียงแค่คนเดียว ซึ่งหมายความว่ามีคนเห็นผีตัวเดียวกัน 2 คนขึ้นไป

ghost-

นักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้กล่าวว่าผีนั้นมีจริง โดยให้ข้อสมมุติฐานว่ามันคือพลังงานลักษณะหนึ่ง ซึ่งมีความคล้ายกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของโทรศัพท์มือถือ และปัจจุบันนี้มีการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น จึงทำให้พลังงานเหล่านี้จะต้องไหลไปอยู่ในบริเวณที่มีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่เบาบางกว่า จึงทำให้มนุษย์ไม่สามารถที่จะมองเห็นผีได้บ่อยนัก ซึ่งสมมุติฐานนี้เป็นของนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยที่มีความคิดคล้ายกันกับสมมุติฐานนี้ เพียงแต่มีความขัดแย้งกันที่ว่า ผีนั้นไม่ได้เบาบางลงเพราะเราใช้โทรศัพท์มากขึ้น แต่ที่เราไม่สามารถที่จะเห็นพลังงานของผีได้นั้นเป็นเพราะว่า พลังงานเหล่านี้ถูกถ่ายเทไปอยู่อีกจุดหนึ่งมากกว่า แล้วในทางกลับกัน การที่เราใช้มือถือมากขึ้นนั้นอาจจะช่วยให้เราสามารถที่จะมองเห็นภาพพลังงานเหล่านี้ได้มากขึ้นด้วย แต่เนื่องจากปัจจุบันมนุษย์นั้นมีความรู้มาก จึงไม่เชื่อว่าสิ่งที่เห็นนั้นคือผี นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่าในภายภาคหน้า เมื่อวิทยาศาสตร์เริ่มมีความล้ำหน้าขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์อาจจะสามารถผลิตเครื่องมือที่สามารถจับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ได้
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจนถึงทุกวันนี้จะยังไม่มีใครสามารถที่จะพิสูจน์ว่าผีนั้นมีจริงหรือไม่ เราคนเราทุกคนย่อมมีความเชื่อเป็นของตนเอง บางคนอาจจะเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง บางคนอาจไม่เชื่อเลย แม้ว่าเราจะเชื่อในแบบใดก็ตามเกี่ยวกับเรื่องผี เราไม่ควรที่จะใช้ความคิดที่แตกต่างไปลบหลู่ความเชื่อของคนอื่น ว่าใครงมงาย หรือบ้า เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น เป็นต้น เพราะความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ดังนั้นถึงแม้ว่าความคิดของเราอาจจะมีความแตกต่าง แต่ก็ควรยอมรับในความเชื่อของกันและกัน